ใช้รถเก่า รถมือสอง ควรเลือกทำประกันแบบไหนดี?

314 คนประกันภัย
ใช้รถเก่า รถมือสอง ควรเลือกทำประกันแบบไหนดี?


ไม่ว่าจะรถยนต์มือหนึ่งหรือมือสองในยุคนี้ ควรได้รับการคุ้มครองอยู่แล้ว โดยเฉพาะประกันภัย รถยนต์มือสอง ที่มีรายละเอียดแตกต่างจากประกันภัยรถยนต์มือหนึ่ง เนื่องด้วยอายุตัวรถที่ยาวนาน ทำให้เงื่อนไขของประกันไม่เหมือนกัน รวมถึงการเลือกประกันภัย รถยนต์มือสอง ยังมีแนวทางการเลือกให้เหมาะสมอยู่ด้วย ดังนั้นถ้าคุณมีรถมือสองอยู่ที่บ้าน แล้วกำลังสงสัยว่าประกัน รถเก่าทำได้ไหม และรถเก่าประกันชั้นไหนดี วันนี้ TIPINSURE เตรียมคำตอบมาให้อย่างครบถ้วนเกี่ยวกับประกันภัย รถยนต์มือสองแล้ว 

 

รถมือสอง จำเป็นไหมที่ต้องมีประกัน


รถมือสอง จำเป็นไหมที่ต้องมีประกัน คำตอบ คือ ประกันภัย รถยนต์มือสองนั้นสำคัญไม่แพ้กับรถยนต์มือหนึ่งเลย หากรถยนต์มือสองไม่ใช่รถที่มีราคาสูงมากนักในสไตล์รถคลาสสิก ประกันภัย รถยนต์มือสองนั้นก็จะมีบทบาทในการดูแลคุ้มครองผู้ขับขี่ ทรัพย์สิน และผู้โดยสารแทน จึงถือว่าประกัน รถเก่า ยังจำเป็นอยู่ดี

 

เลือกประกันรถมือสองอย่างไรให้เหมาะสมที่สุด

วิธีเลือกประกันภัย รถยนต์มือสองให้เหมาะสมที่สุด ต้องดูจากอายุของรถยนต์ ได้แก่ รถมือสองอายุ 1-5 ปี แนะนำให้เลือกทำประกันชั้น 1, รถมือสองอายุ 5-7 ปี แนะนำให้เลือกทำประกันชั้น 2+ และรถมือสองอายุเกินกว่า 7 ปี แนะนำให้เลือกประกันชั้น 3+ เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าการแนะนำประกันภัย รถยนต์มือสอง จะลดระดับลงตามอายุของตัวรถ ซึ่งมาจากสาเหตุอะไรนั้น ลองหาคำตอบเพิ่มเติมว่ารถเก่าประกันชั้นไหนดีได้ดังนี้

 

รถมือสองอายุ 1-5 ปี (แนะนำประกันชั้น 1 ซ่อมห้าง)


จริง ๆ แล้วประกันชั้น 1 คุ้มครองอายุรถจนถึง 10 ปี แต่ถ้ารถมือสองอายุ 1-5 แนะนำให้ทำประกันภัย รถยนต์มือสอง แบบชั้น 1 ซ่อมห้าง เลย เพราะเป็นช่วงเวลาที่รถยังมีสภาพค่อนข้างใหม่ การเลือกประกันภัย รถยนต์มือสอง ให้มีความคุ้มครองรอบด้านอย่างชั้น 1 ซ่อมห้างจึงค่อนข้างสำคัญ และจำเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างการคุ้มครองประกันชั้น 1 ซ่อมห้าง เช่น รับผิดชอบในอุบัติเหตุทั้งมีคู่กรณีหรือไม่มีก็ตาม ไปจนถึงการได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ รถหาย ถูกโจรกรรม ไฟไหม้ ก็คุ้มครองได้ครอบคลุม ซึ่งสามารถเลือกซ่อมได้ที่ศูนย์บริการรถยนต์ของยี่ห้อนั้น ๆ เลย ทำให้มั่นใจได้ว่ารถจะได้รับการซ่อมแซมโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมจากผู้ผลิตและได้รับอะไหล่แท้จากผู้ผลิต

รถมือสองอายุ 6-10 ปี (แนะนำประกันชั้น 1 ซ่อมอู่)


รถมือสองอายุ 6-10 ปี แนะนำให้ทำประกันชั้น 1 ซ่อมอู่ ที่ลดความคุ้มครองลงมาอีกเล็กน้อย ซึ่งต่างจากประกันชั้น 1 ซ่อมห้าง ที่เจ้าของรถยนต์มือสองสามารถเลือกอู่ซ่อมรถได้ตามต้องการ โดยอู่รถที่เข้าร่วมโครงการของประกันรถยนต์ชั้น 1 จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากบริษัทประกันรถยนต์นั้น ๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการซ่อมห้าง และใช้เวลาซ่อมไม่นาน เนื่องจากอู่ซ่อมรถทั่วไปมีจำนวนสาขามากกว่าศูนย์บริการรถยนต์ของผู้ผลิต ทำให้สามารถหาอู่ซ่อมรถที่ใกล้บ้านได้ง่าย


รถมือสองอายุมากกว่า 10 ปี (แนะนำประกันชั้น 2+ หรือ 3+)


รถมือสองอายุมากกว่า 10 ปี แนะนำให้ทำประกันภัย รถยนต์มือสอง แบบชั้น 2+ หรือ 3+ ที่เน้นการคุ้มครองผู้โดยสารคงเดิม แต่จะลดการคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุเหลือเพียงแค่การดูแลผู้เอาประกันกับคู่กรณี ในรูปแบบซ่อมเขาซ่อม พร้อมด้วยการดูแลเรื่องทรัพย์สิน  ดังนั้นจึงช่วยลดเบี้ยประกันภัย รถยนต์มือสองได้มากที่สุดนั่นเอง 

 

สรุปบทความ

สรุปแล้วไม่ว่าจะเป็นรถยนต์มือสอง รถเก่ามากน้อยแค่ไหน ลองเปรียบเทียบประกันภัย รถยนต์มือสองตามความเหมาะสมที่เราแนะนำดูได้เลย ไม่ว่ารถจะเก่าแค่ไหน หากยังมีการใช้งานบนท้องถนนทั่วไปอยู่ ก็ควรทำประกันภัย รถยนต์มือสองติดเอาไว้ เพื่อช่วยดูแลคุ้มครองตัวเราที่เป็นผู้ขับขี่ รวมถึงคุ้มครองผู้โดยสารให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

บทความที่เกี่ยวข้อง